×

กลยุทธ์การทำ On Page SEO

กลยุทธ์การทำ On Page SEO

by Admin Followme

         การทำ On Page SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ทุกๆ อย่างที่จะทำได้ในเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับใน Search Engine การทำ On Page SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ทุกๆ อย่างที่จะทำได้ในเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับใน Search Engine

  1. Page 404 Not Found Page ของมันต้องมีนะ

    เหตุผลของการที่หน้านี้ต้องมี เพราะเมื่อเว็บไซต์ของคุณมีหน้าที่ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์ของคุณแล้ว หรือมีการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ (เช่น หน้าที่สินค้าขายหมดไปแล้ว หรือ สินค้าชิ้นนั้นยกเลิกการขายแล้ว) แต่ยังมี Link เหล่านั้น แปะอยู่ในหน้าเว็บไซต์อื่นๆอยู่ แล้วมีคนคลิกที่ลิ้งค์นั้นมา หน้า Page 404 Not Found Page จะเด่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

    ถ้าหากไม่มีหน้า Page 404 Not Found Page แล้วในกรณีนี้ มีคนคลิกเข้ามา มันจะเหมือนลูกค้าไม่ได้เข้าเว็บไซต์เรา แล้วจึงปิดหน้าเว็บไซต์ของเราไป ซึ่งเราก็เสียโอกาสไป แต่ถ้าเรามีหน้า Page 404 Not Found Page ที่เป็นหน้าคล้ายๆ กับเว็บไซต์เรา จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ายังอยู่ในเว็บไซต์เราอยู่ เขาก็จะสามารถคลิกไปยังหน้าอื่นๆในเว็บไซต์เราได้

  2. ตรวจสอบให้ดีนะ Broken Internal Link

    Broken Internal Link มันคือ ลิ้งค์ต่างๆที่ใส่ไว้ในเว็บไซต์ของเรา แล้วปลายทางเป็นลิ้งค์ที่เสีย (เสียคือ ปลายทางมันเข้าไม่ได้นั้นล่ะ) เราจะต้องตรวจสอบให้ดี และดำเนินการแก้ไข เพราะการที่ลิงค์ปลายทางเสีย มันจะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้แก่คนที่เข้าเว็บไซต์ ซึ่งทำให้ Search Engine ให้คะแนนเราน้อยลง

  3. กรณีที่เราทำเว็บไซต์ใหม่ อย่าลืมทำ Redirect เด็ดขาด

    Redirect คือ การเปลี่ยนเส้นทางของ URL หนึ่งไปยังอีก URL นั้นล่ะ เพราะการที่เราทำเว็บไซต์ใหม่ URL ที่ได้ อาจจะไม่เหมือนกับเว็บไซต์เดิม เราจึงควรทำเรื่อง Redirect เพื่อให้เกิดความราบรื่นในการใช้งานของผู้ที่เข้าเว็บไซต์

  4. ควรมี Internal Link วนๆเวียนๆไปยังหน้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในเว็บ

    Internal Links คือ การทำ Link จากหน้านึงไปอีกหน้านึง วนเวียนอยู่ในเว็บไซต์ของเรา โดยที่ต้องเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เกิน 60 Link

  5. Navigator อย่าให้มันซับซ้อน ซ่อนลึกเกิน

    การแยกเมนู ตามเนื้อหาเพื่อให้อ่านเนื้อหาแล้วเคลียร์ และชัดเจนมันก็ดีอยู่ แต่ก็อย่าให้มันซับซ้อนจนเกินไป เราไม่ควรซ้อน Sup Menu เกิน 3 ชั้น เพราะ Bot ของ Search Engine นั้นทำงานเป็นขั้นตอน ยังไง Bot ก็ไม่ใช่มนุษย์ การที่ซับซ้อน เกินไป Bot ก็จะทำงานได้ยากขึ้น

  6. Meta Tag (Title และ Description) ต้องใส่นะ

    Title และ Description สำคัญมากๆ เป็นอันดับต้นๆ ของการทำ SEO เลยห้ามลึมเด็ดขาดเลย การใส่เนื้อหาใน Title และ Description จะต้องเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้านั้นๆ และเทคนิคสำคัญ อย่าลืมเอา Keyword ที่เราต้องการให้ Search ติดอันดับใส่เข้าไปในนั้นด้วย

    หมายเหตุ: Title และ Description ในแต่ละหน้าไม่ควรซ้ำกันนะ เพราะได้บอกไปแล้วว่า “มันควรเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้านั้นๆ”

  7. ชื่อไฟล์อัพโหลดต่างๆ ชื่อไฟล์ภาพ อย่าลืมเปลี่ยนให้มีความหมายนะ

    ชื่อไฟล์อัพโหลดต่างๆ ชื่อไฟล์ภาพ เป็นจุดที่ไม่มีใครนึกถึงมันเลย บางคนเซฟมาชื่อไฟล์เป็น “asdfewth.jpg” , “222.pdf” ฯลฯ (รู้นะว่าคุณก็ทำ)

    การที่ตั้งชื่อไฟล์แบบนี้ทำให้คุณเสียโอกาสไปเลย เพราะมันเป็นคำที่ไม่มีความหมายต้องย้ำอีกครั้งก่อนนะ Bot  ไม่ใช่ มนุษย์ มันมองภาพไม่เห็น สิ่งที่มันอ่านได้มีเพียงเนื้อหา และ ตัวเลขเท่านั้น การตั้งชื่อไฟล์ที่ดี ก็ควรใส่ Keyword ของหน้านั้นๆ ลงไปในชื่อไฟล์ด้วย

  8. Image ALT และ Link Title ชื่อรูป ชื่อ Link ใส่ด้วยนะ

    อย่างที่บอกไปแปปๆ ว่า Bot อ่านภาพไม่ออก 2 ตัวนี้ ก็เป็นอีกอย่างนี้ ที่จะช่วยบอก Bot ว่า ภาพนี้ Link กำลังพูดถึงเรื่องอะไร อย่าลืมต้องเป็นคำ Keyword ในหน้านั้นๆนะ จะดีมากๆ

  9. Heading (H1, H2) หัวใจสำคัญของแต่ละหน้าเลยนะ

    H1, H2 เป็นหัวใจสำคัญในการบอก Bot ว่า ในแต่ละหน้าเว็บไซต์ของเรานั้น กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันนะ แน่นอน!! มันควรมีคำ Keyword อยู่ในนั้นด้วย และ H1 ใน 1 เพจควรจะมีแค่ตัวเดียวเท่านั้น เพราะมันคือ Keyword หลักเลย

  10. Keyword สำคัญมากนะ
    เรื่องนี้สำคัญมากนะ คุณต้องลงแรงกับมันเยอะมาก เพื่อให้คำๆ นึงติดอันดับใน Search Engine ถ้าคุณเลือกมันแล้ว เกิดมันติดอันดับ แต่ไม่มีคนคลิกจากคำนั้นเลย หรือ “เย้!! เสิดติดแล้ว คนคลิกเยอะ แต่ผิดกลุ่มลูกค้า” เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกมันให้ดีจงคิดว่า “ตัวเองเป็นลูกค้า แล้วจะ Search คำว่าอะไรนะ ถ้าจะ Search ซื้อ…………..” หรือ ให้ง่ายกว่านั้นลองๆ ถามเพื่อนก็ได้ “แกๆ ถ้าจะซื้อ……..แกจะ Search คำว่าอะไรอะ”แต่ถ้าอยากใช้ Tools ช่วยก็มีนะ หลายตัวด้วย แต่ตอนนี้แนะนำตัวนี้ก่อนมันชื่อว่า “Google Trends” (https://trends.google.co.th/trends/) ทั้งฟรี และเชื่อถือได้แน่นอน เพราะเป็น Tools ของ Google เอง ที่จะใช่ให้คุณรู้ Trens ของแต่ละคำ Keyword เลย

    *ขอย้ำเรื่องนี้ จงเลือกมันให้ดี การทำ SEO นั้นยังมีเรื่องระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งโดยปกติแล้ว จะใช้เวลา 3 เดือนขึ้นไปกว่าคำ Keyword ที่เราทำนั้นจะ Search ติดอันดับใน Search Engine แต่ถ้าคำที่แรงๆ (แรงๆ คือ คู่แข่งเยอะนั้นล่ะ) อาจจะเกินกว่า 3 เดือนไปมาก และมันขึ้นอยู่กับว่าเราได้ทำมันครบทุกองค์ประกอบไหมด้วย

  11. URL Friendly นะจ๊ะ
    ยังคงยึดเรื่องเดิม URL ต้องเป็นคำที่มีความหมาย และไม่ยาวจนเกินไป ถ้ามีคำ Keyword อยู่ในนั้นด้วย จะโอเคที่สุดเลย

สุดท้ายนี้ หากท่านต้องการรู้เรื่องอะไรเป็นพิเศษ ที่เกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ สามารถคอมเม้นกันมาได้นะ ทาง Followme.Webdesign จะหาคำตอบมาให้ท่านเอง เพราะเราเชื่อว่า “ความสำเร็จของธุรกิจคุณ คือความภาคภูมิใจของเรา” หรือ ท่านใดต้องการให้ทาง Followme.Webdesign เชิญคอมเม้นที่ นี่ได้นะ

https://www.facebook.com/followme.webdesign/posts/133500064938037?__tn__=K-R

ยินดีรับทุกคำติชม เพื่อนำมาปรับปรุงนาาาา

Testimonials

ความภาคภูมิใจของเรา

ส่วนหนึ่งจากลูกค้าที่เลือกใช้บริการ รับทำเว็บไซต์กับ Followme Webdesign

พท. ธีระพงษ์ กลิ่นเอี่ยม

บริษัท รักษาความปลอดภัย ธีระชัย จำกัด

การให้บริการดีมาก ก่อนทำเว็บทางผมไม่มีข้อมูลอะไรมามากมายเลย แต่ทางทีมก็ช่วยให้คำปรึกษาและคำแนะนำที่ดีมาก จนเว็บสำเร็จออกมาได้ตามแบบที่ต้องการ เป็นที่น่าพอใจ ระบบเว็บไซต์ดี หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีกครับ

วิว นริศา

ฝีมือทำเว็บไซต์ดี ชอบการออกแบบ เทียบเท่ากับงานบริษัทราคาแพงๆเลย ไม่ผิดหวังที่เลือกใช้บริการค่ะ

ชาติ ชาญชัย

ทำเว็บดีครับ ใช้งานง่าย บริการดี มีโอกาสจะแนะนำให้คนรู้จักครับ

Piyaporn

เคยเปิดกิจการแล้วมีโอกาสให้ทาง Followme ออกแบบเว็บไซต์ งานออกมาดี คุยง่าย ให้คำแนะนำดีค่ะ ไม่คิดว่าราคาเว็บเท่านี้จะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ค่ะ

วรรณา (แก้ว)

ไว้ใจได้ ทำงานไว ให้คำแนะนำดีมากค่ะ 🙂

อรุโณทัย

เมื่อก่อนเว็บไม่รองรับมือถือ ทำให้เสียลูกค้าไปเยอะมาก พอได้ทำเว็บกับที่นี่เว็บออกมาดีเกินคาด ทั้งดีไซน์ก็สวย ตอนนี้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจากก่อนเยอะ แฮปปี้ครับ